Plot

[P]lay [H]uman

posted on 18 Jun 2010 21:04 by nekotsuki-ren  in Plot

 

 

บรรยากาศเย็นสบายกับความมืดสลัวที่เชิญชวนให้เคลิบเคลิ้ม นั่นคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ค่าความขยันลดน้อยถดถอยลง แม้จะมีเสียงเห่าหอนของหมาๆ ละแวกนี้ก็ยังไร้ผล จนร่างที่นอนขลุกอยู่ใต้ผ้านวมหนานี้ต้องเผชิญหน้ากับภาวะสุ่มเสี่ยงขั้นวิกฤติ เมื่อตัวช่วยกำลังเดินย่ำเท้าเข้ามาทางนี้อย่างร้อนรนเพราะเวลาที่บีบบังคับมาเรื่อยๆ

แล้วเสียงระฆังปลุกที่รุนแรงจนประตูแทบพังก็เริ่มต้นขึ้น ในเสี้ยววินาทีที่เจ้าขี้เซาเพิ่งจะรู้สึกตัวเช่นเดียวกัน

 

ตึง! ตึงๆๆๆ!

ตื่นได้แล้ว!! เดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก!!”

“!! --คร้าบบ! แม่!! ตื่นแล้วคร้าบๆ----!!!”

 

ร่างผอมเพรียวกระโจนลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่มือผอมๆ รีบคว้าหยิบเอาแผ่นเกมและเครื่องเล่นเกม Wii ยัดเข้าไปใต้ชั้นวางทีวีอย่างเร่งรีบ ด้วยเสียงขลุกขลักกรุ๊งกริ๊งที่ตามมา บ่งบอกชัดเจนว่าท่านแม่ที่รักและเคารพไม่คิดแค่มาเคาะปลุกแล้วจากไปเสียแล้ว

นี่เป็นช่วงวินาทีระทึกประจำวันสำหรับหนุ่มน้อยอายุ 14 ที่เล่นเกมเพลินจนได้นอนตอนตี 3 แน่นอนว่าเรื่องความเร็วนั้นเขาเป็นต่อ ดังนั้นพริบตาแรกที่ท่านแม่เปิดประตูเข้ามา และกวาดมองสภาพห้องด้วยดวงตาสีดำที่คมกริบยิ่งกว่าพญาอินทรี ทุกอย่างในห้องจึงอยู่ในสภาพระเกะระกะเป็นปกติ และพ่อลูกชายตัวแสบก็เพิ่งจะสะบัดผ้านวมอ้าปากหาววอดๆ พลางขยี้ตาปรือๆ มองหน้าแม่ด้วยท่าทีมึนๆ ประหนึ่งฝืนใจลุก

 

เหมือนทุกเช้าตามปกติ... จริงๆ ...

 

... ตื่นแล้วก็รีบๆ ลุก! เร็วๆ เลย! 7 โมง 20 แล้ว!”

คร้าบบบ---- ... แล้วพ่อล่ะครับ?

 

หากคำตอบที่ได้รับนั้น แสนสั้น และเข้าใจได้ง่าย จนไม่จำเป็นต้องถามไถ่ถึงบิดรบิดาให้บรรยากาศยามเช้าเลวร้ายไปกว่านี้แต่อย่างใด

 

โรงพัก

 

นั่นล่ะ... คำตอบที่ทำเอาลูกชายพยักหน้ารับคำอย่างเหนื่อยหน่าย แล้วลุกขึ้นเดินตามท่านแม่ที่กำลังหัวเสียออกไปจากห้อง เร่งรีบปฏิบัติภารกิจส่วนตัวให้เสร็จสิ้นภายใน 20 นาที ก่อนจะได้ลงมายัดข้าวเช้าใน 3 นาที แล้วแบกกระเป๋าเดินเท้าจ้ำอ้าวไปโรงเรียน รวมเบ็ดเสร็จแล้วใช้เวลานับจากตื่นถึงโรงเรียน 30 นาทีกับอีก 14 วินาทีไม่มีขาดเกิน

ไม่ใช่อะไร... ก็บ้านของเขาอยู่ห่างจากโรงเรียนแค่ 100 เมตรเท่านั้นเองนี่นา

 

อ้าว ก๊อด! หวัดดี!”

หือ? เออ หวัดดี

 

คำกล่าวทักทายจากเพื่อนสนิทร่างใหญ่ มาพร้อมกับการโบกมือโบกไม้และรอยยิ้มรื่นเริงเป็นปกติของเพื่อนตัวแสบ ท่าทีอารมณ์ดีสบายใจ ดูจะไม่ชวนให้ก๊อดหงุดหงิดใจเท่ากับการที่มันไม่มีท่าทีง่วงนอนหรือมีขอบตาแพนด้าให้เห็นเลยสักนิด

ทั้งๆ ที่คนที่ชวนเขาเล่นเกมจนเกือบไม่ได้นอน ก็มันนี่แหละไม่ใช่หมาที่ไหนเลย...

แล้วตอนนี้ เจ้าเพื่อนตัวแสบก็ตรงรี่เข้ามาตบบ่าทักทาย เป็นการกลั่นแกล้งกลายๆ ประจำวันทุกๆ เช้า โดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามหรืออาการปวดไหล่ของก๊อดเลยสักครั้ง จนบัดนี้แทนที่ก๊อดจะได้เอ่ยปากด่าก็เลยกลายเป็นว่าชินชาไปเสียอย่างนั้น แม้ว่าเขาจะผอมบางและน้ำหนักเบาที่สุดในรุ่นก็เถอะ

 

เฮ้ย~! เป็นอะไรไปวะ!? ดูทำหน้าเข้า??

ไม่ต้องเลยๆ! เพราะมึงน่ะแหละ! ทำเอากูเกือบโดนแม่จับได้เลยเมื่อเช้าน่ะ!!”

 

แน่นอน คำขอโทษย่อมไม่มีหลุดออกจากปากของเพื่อนคนนี้ สิ่งที่ตามมาติดๆ หลังสิ้นประโยคของก๊อด มีเพียงแค่เสียงหัวเราะร่วนขำขันชอบใจ กับการตบบ่าป้าบๆ จนก๊อดฉุนกึกเหวี่ยงกระเป๋าใส่หน้าเพื่อนซี้คนนี้เสียหนึ่งดอก

แต่ขอโทษ... ไม่โดนว่ะ...

 

อย่าหลบสิวะ!!”

ไม่หลบก็เจ็บเด๊ะ! ฮ่าๆๆๆ! ----- อื๋อ?

 

การเคลื่อนไหวที่หยุดชะงักไป เช่นเดียวกับก๊อดและอีกหลายๆ คนในบริเวณเดียวกันนี้ เมื่อสัญญาณเตือนภัยประหนึ่งที่ปรากฏในหนังสงคราม จู่ๆ ก็เปล่งเสียงโหยหวนดังระงมขึ้นมาทั่วทั้งเมือง นั่นเป็นชั่วครู่หนึ่งที่สองหนุ่มพากันนิ่งงันไปด้วยความมึนงงและสงสัย

 

ประกา----าศฉุก---- ตื้ดดดดดดด---- ... ... ...

... อะไรวะ? ... โอ๊ย!! ไอ้ก๊อด!!!”

 

ครั้งนี้เป็นทีของก๊อดที่ฉวยโอกาสตอนเพื่อนยังมึนงง ตบเกรียนหลังหัวเน้นๆ ก่อนจะเริ่มการละเล่นวิ่งไล่เตะกันเล็กน้อยพอเป็นพิธี

แล้วทั้งคู่ก็ค่อยๆ หยุดยืนมองสภาพความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นอย่างมึนงงและตื่นตกใจ เมื่อเหล่าครูอาจารย์เริ่มตะโกนเรียกเด็กๆ ในอาคารเรียนให้ออกมา หลายคนมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขนของออกมากองไว้กลางสนาม หลายส่วนจับกลุ่มสอบถามหน้าดำคร่ำเครียด เช่นเดียวกับกลุ่มนักเรียนบางกลุ่มที่เริ่มตื่นตระหนกโวยวายอะไรสักอย่างฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะมีเสียงอะไรบางอย่างดังครืนๆ มาแต่ไกล...

 

จะว่าไป... เช้านี้ตั้งแต่ตื่นมา ก๊อดก็ไม่ได้ยินเสียงหรือเห็นนกเลยสักตัวเดียว...

 

10 วินาทีให้หลัง คำตอบต่อข้อสงสัยก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อแผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือน และสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนผู้คนยืนกันไม่อยู่ เสียงกรีดร้องโวยวายและเสียงสิ่งของมากมายในอาคารตกกระจายถล่มทลาย ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูเลวร้ายขึ้นจนรู้สึกเหมือนโลกจะแตก

ก๊อดรู้สึกตัวอีกทีก็ถูกเพื่อนซี้ที่ตั้งสติได้ก่อนคว้าตัวลงไปหมอบกับพื้น จึงไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ นอกจากศอกกระแทกพื้นสนามหญ้าโรงเรียน กระนั้นสีหน้าท่าทางของเพื่อนรักก็ฉายแววตื่นตระหนกและสับสนไม่แพ้คนอื่นๆ ซึ่งนั่นรวมถึงตัวก๊อดเองด้วย

 

หากนั่น... เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น...

 

หลังแผ่นดินไหวครั้งแรกสงบลง สภาพของผู้คนในขอบเขตสายตาของก๊อดมีอยู่ 4 แบบ ไม่ตื่นตระหนกลนลานก็นิ่งค้างมึนงง ไม่ร้องโอดโอยเพราะบาดเจ็บก็นิ่งสนิทเพราะไร้ชีวิต

นั่น... ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของก๊อด ที่ได้เห็นคนตายต่อหน้าต่อตา สภาพของเด็กชายในตอนนี้จึงอยู่ในเคสที่ 2 นั่นคือนอนนิ่งค้าง อ้าปากค้าง กวาดมองไปรอบๆ แบบอึ้งๆ มึนงงและตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยิ่งไปเห็นภาพเพื่อนร่วมชั้นที่นอนหมอบเลือดนองอยู่ใต้เสาไฟฟ้าที่โค่นล้มลงมาทับ ก๊อดก็ยิ่งทำอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งหายใจก็ยังขาดช่วงจนน่ากลัวว่าจะเข้าสู่สถานะช็อกเต็มตัว

 

----ไอ้! ก๊อด!!!”

โอ๊ย!!!! โอ๊ยยยยยยย!! แค่กๆ! ท--ทำบ้าอะไรวะ!!?!? ----

 

รู้ตัวอีกที กำปั้นแข็งๆ จากเพื่อนรักก็ตวัดเขกกะโหลกเต็มรัก จนปากคนช็อกเกือบจะได้จูบพื้น วินาทีนั้น กลิ่นหญ้าและฝุ่นผงที่อบอวนอยู่เหนือผิวดินก็ลอยเข้าปากก๊อดไปเต็มๆ นั่นทำให้หนุ่มน้อยโวยวายออกมาได้เหมือนเช่นปกติ

แต่เมื่อก๊อดมองหน้าเพื่อนเข้าจังๆ ดวงหน้าเคร่งเครียดที่ฉายอยู่ตรงหน้านั้นก็ทำเอาก๊อดสงบปากสงบคำลงไปในชั่วอึดใจ

 

ตั้งสติดีๆ ก๊อด! มันจะมาอีกแล้ว!!”

ห--หา?? อะไรมาอีก!?”

แผ่นดินไหวไง! ลองฟังดูดีๆ สิวะ!!”

 

พริบตาที่ถูกชี้นำ เสียงแตกร้าวที่ดังระงมแข่งกับเสียงแห่งความโกลาหล ก็ดังเด่นชัดขึ้นมาในทันที เด็กหนุ่มทั้งสองได้แต่หันไปมองทางรอบๆ อย่างไม่รู้เลยว่าต้นเสียงมาจากทางไหน กระนั้นเสียงร้องเรียกจากครูที่ปรึกษาของทั้งคู่ ก็ดึงเอาความสนใจของสองหนุ่มไปเสียสิ้น

 

วิชัย! กฤษณะ! มาช่วยครูหน่อยเร็ว!!”

 

คุณครูหนุ่มใหญ่ผู้สอนวิชาพละศึกษา ร้องเรียกหาเด็กทั้งสองซึ่งตอบรับต่อการเรียกร้องนั่นอย่างรวดเร็วด้วยสามัญสำนึก เมื่อได้เห็นครูที่ปรึกษาหิ้วเพื่อนสาวร่วมชั้นที่หมดสติเลือดอาบออกมาจากอาคารเรียน ทั้งที่ตัวคุณครูเองก็หัวแตกและมีเศษกระจกและฝุ่นผงติดเต็มตัว ก๊อดหรือกฤษณะกับวิชัยเพื่อนสนิทสายพละ จึงรีบวิ่งไปช่วยรับตัวเพื่อนสาวจากคุณครูอย่างเร็วที่สุด แม้ว่าลงท้ายจะมีแค่วิชัยคนเดียวที่รับช่วงแบกเพื่อนสาวต่อจากคุณครูไหวก็ตามที

 

พาไปนอนกลางสนาม! แล้วตามหาครูพรพรรณห้องพยาบาลด่วนๆ เลย!!!”

 

คำสั่งที่นักเรียนหนุ่มได้แต่ขานรับอย่างหวั่นๆ เกรงๆ ก่อนที่ครูบ้าพลังประจำโรงเรียนคนนี้จะวิ่งขากะเผลกสวนทางกับเหล่านักเรียนที่บาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ กลับเข้าไปในอาคารอีกครั้งอย่างไม่นึกกลัวเกรงอันตราย นั่นทำให้สองหนุ่มน้อยตรงนี้อดไม่ได้ที่จะชื่นชมและยอมรับสปิริต ทั้งในฐานะลูกผู้ชายตัวจริงและในฐานะครูอาจารย์ที่น่ายกย่องสรรเสริญ

 

ครืนนนน---- เปรี้ยงงงงง!

อื้อ?

หือ?

 

กระนั้น... คลื่นหายนะระลอกที่สองก็กลับมาเยือนถึงที่ ทั้งที่สองหนุ่มยังไม่ทันจะได้ละสายตาหรือก้าวขาถอยกลับไปกลางสนามเลยสักนิด แผ่นดินไหวรอบที่สองมาพร้อมกับเสียงปริแตกเลื่อนลั่นจนปวดหู วินาทีนั้นก๊อดและวิชัยก็เหลือบไปเห็นรอยปริแตกบนพื้นแผ่พุ่งมาทางเขาสองคนอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางมันจ่อมจมถล่มทลายลงไปในร่องแตกร้าวที่ทอดยาวสุดสายตา

 

--เชี้ยแล้---- อึก!!?”

 

พริบตานั้น... ก๊อดรู้สึกว่าภาพแผ่นดินแยกตรงหน้ามันเหวี่ยงวูบไปด้านข้าง ความรู้สึกหนักๆ เบียดแทรกเข้ามาที่ท้องจนปวดแปล๊บ ก่อนที่เท้าของเขาจะหลุดออกจากพื้นสนาม พร้อมกับแรงผลักกระแทกรุนแรงที่ก๊อดรับรู้ได้ทันทีว่ามีต้นเหตุมาจากแรงเบียดที่ท้อง ซึ่งแรงนั้นเพียงพอที่จะส่งร่างผอมๆ บางๆ ของก๊อดให้กระเด็นออกไปได้ราวๆ 3 เมตร แถมยังส่งผลให้ลุกไม่ขึ้น จนได้แต่นอนตัวงอและเผลอคายมื้อเช้ากลับออกมาบางส่วน...

ก่อนที่ก๊อดจะได้รับรู้ความจริงอันโหดร้าย เมื่อดวงตาสีดำเหลือบมองย้อนกลับไปที่เดิมที่เขากับเพื่อนเคยยืนอยู่

 

... ... ... วิชัย... ? ... ฮ--เฮ้ย! แกอยู่ไหน!? วิชัย!!?”

 

เสียงร้องที่สั่นเครือเหมือนกับร่างผอมบางที่สั่นเทา เมื่อภาพอาคารเรียนถล่มทลายไปกับรอยแยกของแผ่นดินนั้น กลับไม่มีร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้น ก๊อดพยายามที่จะลุกขึ้นนั่งและมองหาเพื่อนซี้ที่อาจจะนอนกลิ้งอยู่บนพื้นแถวๆ นี้กับเพื่อนสาวที่บาดเจ็บ หากความจริงที่เด็กหนุ่มค้นพบนั่นคือไม่มี... ไม่มีอีกแล้วซึ่งตัวตนของวิชัยเพื่อนรัก...

มีแต่รอยแยกมหึมาที่ทอดตัวยาวกลืนกินอาคารเรียนของเขาไป เป็นศัตรูอันยิ่งใหญ่ที่กลืนกินชีวิตของคนที่เขารักและนับถือ โดยไม่อาจจะทำอะไรได้เลย

 

ค่าความเสียหายต่อจิตใจนี้ หนักหนาเสียจนก๊อดไม่เหลือกำลังที่จะขยับกายอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

และเมื่อแผ่นดินไหวระลอกที่ 3 ตามมาในอีก 1 นาทีให้หลัง ร่างผอมๆ ของก๊อดก็ร่วงหล่นลงไปในรอยแยกที่ขยายตัวกว้างขึ้น ให้หัวใจของเขากลับสู่จุดกำเนิด สถานที่ที่เดียวกันกับที่วิชัย คุณครู และเพื่อนพ้องของเขาทั้งหมดได้กลับไป... ... ...

 

 

 

 

 

 

| GAME OVER |

 

 

 

---- ... ยากชะมัด...

 

บ่นไปพลาง มือซีดขาวเจ้าของเสียงบ่น ก็เอื้อมปลดหมวกโลหะสีขาวหน้าตาแปลกๆ ด้วยตราดาวหกแฉกออกจากหัวไปพลาง เผยให้เห็นถึงใบหูเรียวแหลม ผมสีทอง และดวงตาสีฟ้าสดใส กระนั้นคิ้วเรียวบนดวงหน้าเรียวติดจะสวยมากกว่าหล่อเหลา ก็ยังคงขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไหร่

แต่เขาก็ต้องทำใจยอมรับความจริงแต่โดยดี... โดยเฉพาะเมื่อมีมือเรียวๆ ขาวๆ เอื้อมมาตีบ่า พร้อมกับเจ้าของมือที่ชะโงกหน้าเข้ามามองพลางร้องทักด้วยเสียงเล็กๆ อย่างรื่นเริงบันเทิงใจ

 

ไง~ การ์ดอน~! เป็นไงบ้าง!? ไหวไหมเอ่ย~!?

ก็ไม่ไหวน่ะสิ วีย่า...

 

หนุ่มเอลฟ์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ขาวรูปแบบเดียวกันกับหมวกเมื่อครู่ เหยียดแขนบิดขี้เกียจไล่ความล้าของกล้ามเนื้อ แล้วเริ่มอธิบายเนื้อความของเหตุการณ์หลังจากวีย่าเพื่อนสาวหูแมวของเขาได้เกมโอเวอร์ไปแล้วให้ฟัง

 

ครั้งสุดท้ายนั่นทำเอาค่าพลังใจตัวละครมันติดลบ ก็เลยขยับไม่ได้ ตายง่ายๆ ไปแบบนั้นล่ะ

เห ง่ายๆ แบบนั้นเลยเหรอ? ... อือ งั้นแบบนี้จะลดค่าความรู้ลงไหมล่ะ?

 

พูดไปก็เดินเคียงคู่ออกจากห้องแคบๆ สีขาวล้วนออกไปเป็นกลุ่มสุดท้าย เพราะเก้าอี้อีก 8 ตัวที่ว่างเปล่าบ่งชี้ชัดเจนว่าเพื่อนของเขาและเธอต่างก็เกมโอเวอร์กันหมดแล้ว

 

คงต้องงั้นล่ะ... แค่ภัยพิบัติชุดแรกยังไม่ผ่าน ความรู้มีมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์แล้วล่ะนะ

เอาน่าๆ~! ไว้หาอะไรกินกันก่อน เย็นๆ ค่อยกลับมาเล่น PH กันอีกรอบก็ได้!?”

 

ข้อเสนอแนะจากเพื่อนสาวที่ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธ และเมื่อประตูทางออกเบื้องหน้าเปิดออก ให้แสงสว่างภายนอกสาดส่องเข้ามาภายใน กลิ่นไอกลีบใบพฤกษาคละคลุ้งด้วยธรรมชาติอันร่มรื่น ด้วยที่นี่คือผืนป่ากว้างใหญ่ที่เติมเต็มด้วยอมนุษย์หลากหลาย ที่นี่คือโลกสีเขียวสดใสที่เติมเต็มด้วยสีฟ้าจากธารน้ำทะเลคราม ที่นี่คือสถานที่แห่งความสุขสนุกสนานที่ทุกชีวิตล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนพ้องกัน...

 

นั่นสินะ... ไว้ค่อยกลับมาเล่นอีกทีก็ได้...

 

 

และที่นี่... ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ นอกเสียจากในเกมโด่งดังประจำโลกนี้...

 

 

 

 

 

 

กับเจ้า เกมมนุษย์ เนี่ย...

 

 

 

[P]lay [H]uman